สักปาก (Lip Tattoo) เพิ่มความสวยของริมฝีปากได้ทั้งวัน

สักปาก (Lip Tattoo) เพิ่มความสวยของริมฝีปากได้ทั้งวัน

สักปาก คืออะไร ?

สักปาก คือ การใช้เข็ม หรือ อุปกรณ์สัก ที่มีหัวขนาดเล็กบรรจุสีเข้าไป แล้วฝังไว้ที่ริมฝีปาก สามารถคงทนอยู่ได้นาน ลดปัญหาเรื่องการที่ต้องคอยทาลิปสติกในทุก ๆ วัน ซึ่งบริเวณที่นิยมสักนั้น ก็จะมีทั้งริมฝีปากด้านนอก และ ริมฝีปากด้านใน สามารถเลือกสักได้เลยตามความต้องการ


ประเภทของรอยสัก 

รอยสักจะมี 2 ประเภทค่ะ คือ

แบบถาวร : แบบถาวรนี้จะเน้นสักให้เม็ดสีซึมลึกอยู่ในชั้นหนังแท้ และรอยสักแบบนี้จะอยู่ทน แต่มันจะไม่ตลอดไป เพราะมันจะจางลงทุก 2 – 3 ปี คุณจะต้องไปซ้ำใหม่ และราคาสูง คุณจะต้องทำกับช่างที่มีฝีมือดี เพื่อป้องกันการผิดพลาด

แบบกึ่งถาวร : การสักแบบนี้ จะเน้นสักให้เม็ดสีซึมอยู่ที่ผิวหนังชั้นนอก และจะจางหายไปหลังจาก 18 เดือนหลังการสัก ซึ่ีงคุณจะต้องไปซ้ำรอยบ่อยกว่าการสักถาวร และแน่นอน เมื่อเทียบราคากัน ราคาการสักแบบนี้อาจถูกกว่าแต่ไปซ้ำบ่อยกว่าค่ะ


สักปากดีอย่างไร ?

สักปาก สามารถช่วยแก้ไขปัญหาของกลุ่มคนที่มี ริมฝีปากคล้ำ ดำ จากธรรมชาติ กรรมพันธุ์ หรือ แม้แต่การสูบบุหรี่ก็ตาม รวมถึงกลุ่มคนที่มีสีปากซีด ดูสุขภาพไม่ดี สามารถเติมสีสันให้ปากดูมีสุขภาพได้ และแก้ปัญหาให้ผู้ที่แพ้ลิปสติก นอกจากนี้ ผู้ที่มีริมฝีปากไม่เท่ากัน ก็สามารถสักได้เช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว ยังมอบความสวยงาม ให้แก่ริมฝีปากของเราได้อีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ต้องการสักปาก มักมีข้อจำกัดหรือความต้องการตามข้อใดข้อหนึ่งจากด้านล่างนี้

  • ผู้ที่มีริมฝีปากคล้ำ ดำ จนดูคล้ายคนสูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีสีปากซีด จนเหมือนสุขภาพไม่ดี
  • ผู้ที่แพ้ลิปสติก ไม่สามารถทาลิปสติกสีได้
  • ผู้ที่มีริมฝีปากไม่เท่ากัน (Uneven lips)

ข้อดี ของการสักปาก

  1. ทำให้มีเรียวปากสีชมพูสวยงาม ไม่ต้องทาลิปสติกบ่อยครั้ง
  2. สวยแบบธรรมชาติ หมดปัญหาริมฝีปากซีด หรือหมองคล้ำ
  3. ช่วยลดเวลาในการแต่งหน้า และไม่ต้องคอยเติมปากซ้ำระหว่างวัน
  4. หมดปัญหาการเลือกสีลิปสติก หากไม่รู้ว่าจะทาสีอะไรดี
  5. ลดความเสี่ยงจากสารตะกั่วที่ผสมมาในลิปสติกบางยี่ห้อ
  6. การสักนั้นเป็นวิธีที่เปลี่ยนสีปากให้สวยขึ้นตามความต้องการ
  7. ติดทน อยู่นานติดริมฝีปากไป 1-3 ปี โดยไม่ต้องง้อลิปสติก สวยแม้ยามตื่นนอน

ข้อเสีย ของการสักปาก

  1. มีอาการเจ็บ เพราะว่าริมฝีปากเป็นบริเวณที่บอบบางมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่จะเจ็บ หรือปวด หลังจากทำการสักปาก แต่อาการจะดีขึ้นใน 2 – 3 วัน
  2. มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าส่วนอื่น เพราะริมฝีปากเป็นส่วนที่ทำความสะอาดได้ยาก เลยเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เพราะมีการผ่านของน้ำลาย อาหาร และเครื่องดื่มต่าง ๆ ทั้งวัน
  3. หากรักษาแผลได้ไม่ดี มีโอกาสเกิดแผลเป็น ควรเลือกสถานที่ให้บริการที่มีคุณภาพ มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน
  4. มีโอกาสเกิดอาการแพ้ ควรปรึกษากับผู้ทำการสักเพื่อเลือกหมึกที่ไม่มีสารก่อภูมิแพ้
  5. หากอยากเปลี่ยนสีปาก อาจมีผลต่อสีลิปสติกที่เราทาทับลงไปได้
  6. มีผลข้างเคียงหลังการสัก เช่น การอักเสบบวมแดง
  7. จำเป็นจะต้องปิดปาก ในช่วงวันแรกหลังการสัก เพื่อป้องกันฝุ่นละออง และการติดเชื้อ
  8. การที่ต้องดูแลรักษาความสะอาดของริมฝีปากมากเป็นพิเศษในช่วงหลังการสัก 7-10 วัน จนกว่าสีที่สักจะหลุดลอกหมด และแสดงสีที่แท้จริงที่ได้จากการสัก ซึ่งกินเวลา 1- 3 เดือน

ขั้นตอนการสักปาก

การสักปากในแต่ละครั้ง แต่ละที่จะใช้เวลาประมาณ 2 – 4 ชั่วโมง ซึ่งโดยปกติแล้ว ขั้นตอนการสัก อาจมีดังนี้

  1. เตรียมอุปกรณ์ โดยการเติมสี เตรียมเข็ม หรือ อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
  2. ทำการให้ยาชาบริเวณที่จะสัก แล้วค่อย ๆ สักลงบนริมฝีปาก ตามแผนที่ตกลงกันไว้ อาจรู้สึกเจ็บหรือไวต่อความรู้สึกบ้าง และ อาจมีเลือดออก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
  3. เมื่อสักเสร็จเรียบร้อย จะปิดปากไว้ด้วยผ้าพันแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

การดูแลตัวเองหลังการสักปาก

1. หากรู้สึกบวม หรือ เจ็บที่ริมฝีปาก ให้กินยาแก้อักเสบ แก้ปวด แก้ลดบวม และใช้ผ้าปิดแผลไว้

2. ทายารักษาแผลจากการสักปากที่ทางแพทย์จ่ายให้ หรือ ทาวาสลีนเจล ก็จะช่วยให้แผลสักปากหายเร็วขึ้น ให้ทาเป็นประจำ จนกว่าแผลที่แห้งจะลอกออกหมด

3. ห้ามแคะ แกะ เการิมฝีปาก และ งดทานอาหารรสจัด อาหารหมักดอง รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ปากยังลอกออกไม่หมด

4. ดื่มน้ำให้มาก ๆ และหมั่นรักษาความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนปาก ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดปากทุกครั้งหลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว

ทั้งนี้ผลที่ได้ จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวปากของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากที่บอบบาง หรอดำคล้ำ การจะเห็นสีปากได้ชัดนั้น จะอยู่ในระยะเวลาประมาณ 30 – 45 วัน หลังทำการสัก ซึ่งบางคน อาจสักแค่ครั้งเดียวก็ได้ผลที่เป็นน่าพอใจ แต่บางคนอาจจะต้องซ้ำถึง 3 – 4 ครั้ง จึงจะเห็นเนื้อสีตามที่ต้องการ ขึ้นอยู่กับพื้นสีเดิมของริมฝีปากนั่นเอง เมื่อตกสะเก็ดสีจะอ่อนลงประมาณ 20% และในส่วนของการซ้ำสีปาก ควรเว้นระยะในการสัก 1 เดือน เพื่อให้เซลล์ผลัดสี แต่ถ้าหากปากสีดำคล้ำ ควรเว้นไว้สัก 3 เดือน


ผลข้างเคียงสักปาก สักปากเจ็บไหม บวมไหม ?

ปาก เป็นหนึ่งในอวัยวะที่บอบบาง และ ไวต่อความรู้สึกมาก จึงมีโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงได้ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนตัดสินใจสักปาก

  • ริมฝีปากบวม เนื่องจากการสักทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ผิวหนังในการปล่อยหมึกสีเข้าไป แต่อาการควรจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน อาจใช้การประคบเย็นเพื่อช่วยลดบวมได้
  • มีอาการเจ็บ อย่างที่กล่าวไปว่าริมฝีปากเป็นพื้นที่ที่บอบบางมาก ดังนั้นเป็นเรื่องปกติที่จะเจ็บหรือปวดหลังจากทำการสักปาก แต่อาการจะดีขึ้นใน 2-3 วันเช่นเดียวกับอาการบวม
  • มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าส่วนอื่น ริมฝีปากเป็นส่วนที่ทำความสะอาดได้ยาก เพราะมีโอกาสสัมผัสกับน้ำลาย อาหาร และเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน จึงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อมาก
  • มีโอกาสเกิดแผลเป็น หากรักษาแผลได้ไม่ดีเท่าที่ควรอาจนำไปสู่การเกิดแผลเป็นได้ ควรเลือกสถานที่สักที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ผ่านการฆ่าเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและเป็นแผลเป็นให้มากที่สุด
  • มีโอกาสเกิดอาการแพ้ ใครที่มีประวัติผิวแพ้ง่าย อาจมีโอกาสแพ้การสักได้มาก อาการที่เกิดขึ้นได้แก่ ผื่น คัน และลมพิษ ดังนั้นควรปรึกษากับผู้ทำการสักเพื่อเลือกหมึกที่ไม่มีสารก่อภูมิแพ้
  • อาการแพ้แบบรุนแรง บางกรณีอาจเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงหลังสัก เช่น หายใจไม่ออก แก้มบวม คอบวม ถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่ต้องพบแพทย์ทันที เพราะอาจนำมาซึ่งการเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม แม้ผลข้างเคียงและความเสี่ยงจากการสักปากจะมีโอกาสเป็นไปได้หลายอย่าง แต่กรณีรุนแรงนั้นเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย


สักมาแล้วเห็นผลแค่ไหน

การสักปากนั้น จะเห็นผลแค่ไหน คืออยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • สภาพผิวของผู้สัก ทำให้การติดสีไม่เท่ากัน ซึ่งจะเห็นผลชัดเจน หลังจากสักไปแล้ว 30-45 วัน
  • บางคนสักเพียงครั้งเดียวได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ในขณะที่บางคน ต้องสักถึง 2-3 ครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
  • การติดสีบริเวณที่สักอาจจะมีการจางลงได้ถึง 70% เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งทางร้านสักทำการซ้ำให้ครั้งที่ 2 ควรเว้นไว้หลังจากการสักครั้งแรกอย่างน้อย 2 อาทิตย์ และไม่ควรเกิน2เดือน
  • เนื่องจากการเว้นระยะห่างในการสักแต่ละครั้งประมาณ 1-2  เดือน เพื่อให้เซลล์ผลัดสีผิว ในบางรายที่มีปากคล้ำมาก จึงอาจต้องใช้เวลาถึง 3 เดือน จึงจะได้ผลลัพธ์ตามต้องการ

Top 10 Clinics
Logo