“สกินแคร์” เรียกได้ว่าเป็นปัจจัย 5 ของผู้หญิงอย่างเราทุกคน เพราะเป็นไอเท็มสำคัญสำหรับการปกป้องผิวหรือปรับปรุง แก้ไขปัญหาผิวที่เกิดจากมลภาวะต่างๆ ที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง แสงแดด และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้หลายๆ แบรนด์ต่างแข่งขันและเข็นสกินแคร์สูตรต่างๆ ออกมาให้เราได้ใช้กัน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 อย่าง นั่นก็คือ WHITENING BRIGHTENING และ LIGHTENING ซึ่งมาดามเชื่อว่าสาวๆ หลายคน คงไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะคิดว่าใช้งานได้เหมือนๆ กัน ซึ่งต้องบอกเลยว่า มันไม่ใช่แบบนั้นเลย ทั้ง 3 อย่างนี้ค่อนข้างมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน !! มาดูไปพร้อมาดามกันเลยว่ามันต่างกันอย่างไร สกินแคร์ขวดใหม่จะได้ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด

WHITENING 

“Whitening” สำหรับสกินแคร์ที่ระบุคุณสมบัตินี้จะมาพร้อมส่วมผสมหลักอย่าง “ไวท์เทนนิ่ง” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยปรับผิวให้ขาวขึ้นโดยเฉพาะ แต่ไม่ใช่ว่ามีคุณสมบัตินี้จะมีประสิทธิภาพที่เท่าเทียมกัน เพราะแต่ละแบรนด์เขาจะมีส่วนผสมอื่นๆ ที่ช่วยให้ขาวขึ้นแตกต่างกันนั่นเอง แต่ต้องระมัดระวังสารที่ทำให้ขาวบางชนิดด้วยอย่าง Hydroquinone ถ้าเจอบนสกินแคร์ขวดไหนขอให้เลี่ยงเลย เพราะสิ่งนี้จะทำให้ใบหน้าของคุณสูญเสียคอลลาเจน อีกทั้งยังทำให้ผิวบางและอ่อนแอ เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

BRIGHTENING 

สำหรับสกินแคร์ที่ระบุว่าเป็น “BRIGHTENING” จะเน้นไปในทางซ่อมแซม แก้ไข หรือฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายให้กลับมากระจ่างใส ซึ่งส่วนใหญ่จะทำจากส่วนผสมที่มีความอ่อนโยนสูง โดยส่วนผสมยอดนิยมนั้นจะเป็น Active Ingredient อย่าง AHA (Alpha Hydroxy Acid) หรือกรดผลไม้ ซึ่งมาจากการสกัดผลไม้นั่นเอง เช่น กรดซีติกจาก มะนาว ส้ม แอปเปิ้ล กรดแลกติก จากนมเปรี้ยว ซึ่งช่วยชะลอวัย ช่วยกระตุ้นผิวให้เกิดการผลัดเซลล์ใหม่ ที่ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดสิวอีกด้วย  ในผลไม้ยังมีวิตามินซีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แก้ไขปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดความหมองคล้ำ จุดด่างดำได้อย่างยอดเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตาม “วิตามินซี” สำหรับบางคนอาจจะเกิดการระคายเคืองได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

LIGHTENING 

สำหรับ LIGHTENING คุณสมบัติหลัก คือ การโฟกัสไปที่การยับยั้งเมลานินซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดผิวคล้ำ เพื่อคืนผิวใสให้กลับมาดังเดิม 

สรุปภาพรวมและข้อแตกต่างระหว่าง WHITENING BRIGHTENING และ LIGHTENING

จากข้อมูลข้างต้น ก็จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ชนิดมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยในส่วนของ WHITENING นั้นจะเน้นไปในเรื่องของ ความขาว กระจ่างใส โดยเฉพาะ ใครที่ผิวคล้ำหรืออยากขาวขึ้น อาจจะต้องมองหาสูตรนี้เป็นหลัก แต่จะไม่ได้ช่วยในเรื่องของปัญหาผิวมากนัก ดังนั้น จึงต้องมีสูตร BRIGHTENING เข้ามาช่วย เพราะสกินแคร์ชนิดนี้ได้รับการรังสรรค์ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาผิวต่างๆ อาทิ ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ฝ้า กระ และอื่นๆ อีกมากมาย และเมื่อพอใจกับสภาพหน้าในตอนนี้แล้ว ทีนี้ก็ถึงคิวของสูตร LIGHTENING ที่จะมาช่วยยับยั้งการเกิดเมลานินซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดผิวหมองคล้ำ เพื่อคงความสวยไว้ดังเดิมและไม่ต้องวนลูปสกินแคร์ดังที่กล่าวมาแล้วอีก 1 รอบ 


เกณฑ์การเลือกสกินแคร์ทำให้ผิวขาว

การตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาว ควรต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพผิวหนังของตนเอง ผลที่คาดหวังต่อผิวหนังหลังใช้ผลิตภัณฑ์ อันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ผิดวิธี หรือใช้สารที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับ หรือสารที่ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้ว ผู้บริโภคสามารถใช้แนวทางพิจารณาการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวขาวดังต่อไปนี้ เช่น

1. รู้จักธรรมชาติผิวพรรณของตนเอง เช่น มีผิวปกติ ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม ผลิตภัณฑ์บางตัวมีส่วนประกอบของกรดผลไม้ หากใช้ผลิตภัณฑ์นั้นกับผู้มีผิวแห้ง จะทำให้ผิวแห้งมากยิ่งขึ้นและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่างๆ ตามมา นอกจากนี้ธรรมชาติของผิวพรรณแต่ละเชื้อชาติยังมีความหนา-บางต่างกัน

2. ผลิตภัณฑ์ที่ดีจะต้องสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ เช่น ยับยั้งการเกิดรอยด่างดำ ยับยั้งการสร้างเมลานินได้จริง รวมถึงการยับยั้งการเกิดฝ้า การมีริ้วรอยคล้ำตามข้อพับต่างๆ เช่น ใต้รักแร้ ศอก เข่า นอกจากนี้ต้องป้องกันการทำลายของแสงแดดหรือแม้แต่ลบรอยปานแดงหรือปานน้ำตาลที่มีมาตั้งแต่เกิดได้

3. ขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญทางผิวหนัง (Dermatologist) จะเป็นผู้ให้คำแนะนำได้อย่างเหมาะสมปลอดภัย และสามารถคัดเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวได้เป็น อย่างดี ไม่ควรใช้ยาหรือเคมีใดๆตามคำบอกต่อ โดยมิได้ขอคำปรึกษาจากแพทย์  ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวมีอยู่หลายกลุ่มส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น

4. ตรวจสอบสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์ สารสำคัญบางตัวที่เคยใช้กันมาในอดีตได้ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้ว เช่น ปรอท ผู้บริโภคได้หันมาสนใจสารสกัดตามธรรมชาติที่ดูจะเป็นมิตรและปลอดภัยกว่าสารเคมี

5. ผู้ที่มีผิวพรรณแพ้ง่าย ควรใช้ครีมหรือโลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสม ป้องกันขณะออกกลางแจ้งที่มีแสงแดดจัด หรือสวมเสื้อผ้าปกคลุมผิวหนังเพื่อป้องกันรังสียูวี


ข้อเสียของสารทำให้ผิวขาว

ผลไม่พึงประสงค์ของการใช้สารทำให้ผิวขาวในลักษณะขาดความเข้าใจ มีดังนี้ เช่น

1. ปัจจัยเสี่ยงเกิดมะเร็งผิวหนัง เช่น ครีมที่ประกอบด้วย Hydroquinone, สารปรอท, Tretinoin, และ Steroids สารดังกล่าวสามารถกระตุ้นการเกิดมะเร็งไม่ว่าจะด้วยการใช้ที่ความเข้มข้นสูง หรือการใช้ในระยะนานๆที่อาจมีการดูดซึมจนก่อผลเสียกับตับ/ตับอักเสบ

2. ทำให้ผิวหนังบางลงจนเห็นเส้นเลือดฝอย หรือเกิดการบอบช้ำ หรือเกิดรอยเหี่ยวย่น หรือมีรอยด่างขาวหรือดำเป็นเวลานาน และต้องใช้เวลาในการรักษาเพื่อให้ผิวหนัง ฟื้นสภาพกลับมาเป็นปกติ

3. สารทำให้ผิวขาว สามารถลดคุณสมบัติการฟื้นสภาพของผิวหนัง เช่น กรณีเกิดบาดแผล รอยขีดข่วน อาการเหล่านี้จะหายช้ากว่าปกติ

4. การใช้สารทำให้ผิวขาวไปนานๆ บางกรณีก็ก่อให้เกิดอาการผิวลอก เป็นผื่นแดง หรือแสบคันตามมา

5. กรณีใช้สารทำให้ผิวขาวกลุ่มต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น Glutathione แบบฉีด ยังมิได้มีการประเมินความปลอดภัยและประโยชน์ ที่ก่อให้เกิดกับผู้บริโภค การนำมาใช้ในลักษณะยาฉีดอาจก่อความเสียหายต่อร่างกาย เช่น ทำให้ไตวาย เกิดโรคตับ หรือหอบหืด รวมถึงอาการของ กลุ่มอาการ Stevens-Johnsons syndrome หรือไม่ก็ก่อให้เกิดโรคต่อเซลล์ของผิวหนัง


ตัวอย่าง ไวท์เทนนิ่ง 10 อันดับ ครีมบำรุงผิวกระจ่างใส เปิดสูตรหน้าใสในฝัน

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวขาวกระจ่างใส อมชมพูดูสุขภาพดี เหมือนดาราที่ชื่นชอบ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถมีผิวขาวได้เพราะปัญหาอย่างหนึ่งที่สาวๆคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นคือเรื่องสิว ฝ้า กระ ที่คอยมากวนใจทำให้หมดความมั่นใจกันเข้าไปอีก คงถึงเวลาที่สาวๆจะต้องหาทางแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นเสียทีเพื่อเรียกความสวยให้กลับคืนมา ซึ่งเราจะช่วยให้สาวไม่ต้องไปนั่งค้นหาใน Internet ให้เสียเวลา เพราะตอนนี้ bkkbeauty ได้รวบรวมสุดยอดครีมไวท์เทนนิ่ง ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาทุกอย่างให้หมดไป ด้วย 10 อันดับ ไวท์เทนนิ่ง บำรุงผิวกระจ่างใส ปลอดภัยใช้แล้วเห็นผลจริง มั่นใจในสรรพคุณได้ว่าจะไม่ทำให้สาวๆผิดหวังกันอย่างแน่นอน นอกจากนี้เรายังมี 7 เคล็ดลับผิวขาวใสภายใน 7 วัน และ 10 สูตรหน้าใส เผยผิวขาวกระจ่างใส แบบสาวเกาหลีมาฝากกันด้วย

1. Crescent White Full Cycle Brightening Moisture Cream-Estee Lauder

ครีมไวท์เทนนิ่งจากแบรนด์ดังอย่าง Estee Lauder ที่พร้อมมอบความชุ่มชื่น ความกระจ่างใส ดูอิ่มเอิบ ให้กับสาวๆ แถมลดเลือนจุดด่างดำและผิวหมองคล้ำ และยังปกป้องผิวหน้าจากสาเหตุที่จะทำให้ผิวสูญเสียความสว่าง รวมทั้งจัดการกับปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอด้วย ส่วนเนื้อครีมนุ่มละมุน เกลี่ยง่าย ไม่ทำให้เกิดคราบ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับราคาสุดๆคะ

2. Olay White Radiance Brightening Intensive Lotion Moisturizer

Olay เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สาวๆคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะครีมตัวนี้ที่เหมาะกับสาวผิวมัน-ผิวผสม ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มอบผิวขาว กระจ่างใส ช่วยให้สาวๆได้เผยผิวใหม่เนียน นุ่ม เปล่งประกายราวไข่มุกจากใต้ท้องทะเล อีกทั้งยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสภาพผิวให้ดูขาวขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และยังมี SPF24 PA+++ ที่พร้อมจะช่วยปกป้องคุณจากแสงแดด เนื้อครีมยังมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์พร้อมกันแดดในตัวพกพาไปไหนได้สะดวกสุดๆ

3. L’Oreal Paris White Perfect Total 10 SPF21 PA+++

เป็นอีกหนึ่งครีมที่พกพาสะดวก เพราะเป็นมอยส์เจอไรเซอร์กันแดดที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าตัวนี้จะเหมาะกับสาวผิวธรรมดา-ผิวแห้ง เพราะตัวเนื้อครีมจะค่อนข้างหนัก ประกอบกับเน้นกันแดดด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดตันบริเวณทีโซนได้ ดังนั้นสาวผิวมันควรจะหลีกเลี่ยงการใช้ครีมตัวนี้คะ

4. Lancome Blanc Expert Melanolyser Whiteness Activating Spot Eraser

สำหรับไวท์เทนนิ่งตัวนี้จะเป็นลักษณะเซรั่มสีขาว เมื่อทาแล้วจะสัมผัสได้ถึงความบางเบา สบายผิว คุณสมบัติเด่นๆคือช่วยลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำให้กับผิวหน้าได้อย่างมีประสิทททธิภาพยอดเยี่ยม เพื่อช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส เปล่งประกายมากขึ้น สามารถแต้มได้ทั้งเฉพาะจุดหรือทั่วใบหน้าก็ได้ หากสาวๆคนไหนไม่ชอบจำพวกเนื้อครีมหนักๆเซรั่มตัวนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

5. Dr.Andrew Weil For Origins Mega-Bright

ครีมไวท์เทนนิ่งที่ทำขึ้นมาให้แก่สาวผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เพราะไม่เพียงแต่อ่อนโยนต่อผิวแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาจุดด่างดำได้ตรงกับความต้องการ ทั้งยังเข้าไปจัดการกับตัวการที่ทำร้ายผิวต่างๆเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผิวกระจ่างใส เปล่งประกายและสีผิวสม่ำเสมอขึ้นอน่างเห็นได้ชัด ส่วนตัวเนื้อมาส์กก็บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่มาส์กทิ้งไว้ก่อนนอน ตื่นเช้าขึ้นมาผิวฟูเด้งขึ้นทันที

6. การ์นิเย่ ไลท์ คอมพลีท เดย์

สูตรใหม่สานพลัง Express White Complex เพิ่มประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเดิม สามารถเข้าสลาย 3 ปัญหาจุดเก่าได้อย่างล้ำลึก ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว จุดดำ ฝ้าแดด แถมพร้อมสกัดจุดด่างดำที่จะเกิดขึ้นใหม่ ทำให้สาวๆเผยผิวกระจ่างใสได้ถึง 3 ระดับ และเห็นผลอย่างชัดเจนภายใน 4 สัปดาห์ สามารถทำให้สาวๆหลุดพ้นทั้งจากจุดเก่า จุดใหม่ แบบคอมพลีทเลยเชียวล่ะคะ

7. Za True White Day Protector SPF 26 PA+++

ครีมไวท์เทนนิ่งผสมสารกันแดดรุ่นล่าสุดของ ZA ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อการดูแลผิวหน้าถึง 2 ระดับในการทาบำรุงเพียงแค่ครั้งเดียว คือ ระดับที่ 1 ฟื้นบำรุงผิวให้แลดูกระจ่างใสขึ้นด้วยส่วนผสมของ Tranexamic Acid ช่วยทำให้ฝ้า แดด และริ้วรอยหมองคล้ำจากแสงแดด ให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ ระดับที่ 2 ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF26 PA+++ พร้อมผสมสารกันแดด Titanium Dioxide ที่ช่วยกระจายรังสีในการกันแดดในทุกอณูผิว จึงสามารถใช้บำรุงผิวหน้าก่อนแต่งหน้า เพื่อเสริมให้เครื่องสำอางติดทนตลอดวัน

8. Eucerin White Therapy Concentrate Serum

เซรั่มเข้มข้นเพื่อเข้าไปสลายจุดด่างดำ กระ ฝ้า ช่วยให้ผิวกระจ่างใสทั่วใบหน้า ปรับสีผิวให้เรียบเนียน แถมช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน พร้อมฟื้นบำรุงเซลล์ผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด และยังเสริมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผิวไวต่อแดด สาวๆสามารถสัมผัสได้เพียงแค่ 4 สัปดาห์เท่านั้น

9. Neutrogena Fine Fairness Brightening Cream

ครีมบำรุงผิวเข้มข้นที่พร้อมปรนิบัติผิวของคุณในยามค่ำคืนได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษด้วย Double Whitening Action ฟื้นบำรุงผิวแม้ยามที่คุณหลับ ให้ตื่นขึ้นมาพบกับผิวที่นุ่มชุ่มชื้น และกระจ่างใส ผิวแลดูสุขภาพดีจนคุณสัมผัสได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังเพิ่มพลังให้กระจ่างใสยิ่งขึ้นด้วย Healthy White Booster พร้อมสารสกัดจากดอกลิลลี่ ช่วยป้องกันสาเหตุของผิวหมองคล้ำในอนาคต ที่สำคัญยังปราศจากน้ำมันทำให้หมดกังวลเรื่องของการเกิดสิวอุดตันอีกด้วย

10. SK-ll Whitening Power Spots Specialist

ขึ้นชื่อว่า SK-ll จุดเด่นของ Brand คือ เป็นเซรั่มเข้มข้นที่ตรงเข้าจัดการปัญหาทั้งจุดด่างดำที่ลดเลือนได้ยาก รวมทั้งจุดด่างดำที่ซ่อนฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนัง อุดมไปด้วย “อัลติเมท สป็อต คอร์เร็กเตอร์” ไวท์เทนนิ่ง คอมเพล็กซ์ สูตรเฉพาะของ SK-ll ที่ซึมซาบลงสู่ชั้นผิว ได้อย่างล้ำลึก จึงทำให้ป้องกันจุดด่างดำที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นให้ดูจางลง


เคล็ดลับผิวขาวใสภายใน 7 วัน ปรับผิวกระจ่างแบบไม่ต้องจ่ายแพง!

แสงแดดที่แผดจ้าทุกวันมาพร้อมรังสี UV ที่ทำลายผิวสาวให้หมองคล้ำดำกร้านง่ายดายเสมอ สำหรับสาวๆ คนไหนที่ประสบปัญหาผิวหมองคล้ำ โดยเฉพาะผิวคล้ำเสียจากแดด นอกจากจะใช้ครีมที่เราแนะนำกันไปแล้ว เรามาบอกลาผิวคล้ำกันด้วยวิธีง่ายๆ ตามนี้กันดีกว่าค่ะ

1.สครับผิวด้วยมะขามเปียก

ก่อนอื่นเราจะต้องผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกเพื่อเผยถึงความกระจ่างใสของเซลล์ผิวใหม่ โดยการสครับผิวเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง แนะนำให้สครับด้วยมะขามเปียกค่ะ เพราะมะขามเปียกมีกรด AHA จากธรรมชาติ มาพร้อมคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้อย่างอ่อนโยน อาจขยำมะขามเปียกกับนมสดแล้วนำมาขัดถูผิวให้ทั่วเรือนร่างตอนอาบน้ำ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 15 นาทีจึงล้างออกให้สะอาด

2.เคล็ดลับผิวขาวพอกผิวด้วยโยเกิร์ต

สำหรับสาวๆ ที่มักเจอแสงแดดบ่อยจนประสบกับปัญหาผิวคล้ำเสียจากแดด แนะนำให้หมั่นพอกผิวให้ทั่วเรือนร่างด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ จะทำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งหรือพอกทุกวันตอนอาบน้ำก็ได้เช่นกัน จากนั้นทาโลชั่นบำรุงผิว รับรองค่ะว่าผิวจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นและโยเกิร์ตยังสามารถบำรุงผิวให้ขาวใสขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

3.บำรุงผิวด้วยไวท์เทนนิ่งชนิดเข้มข้น

อยากมีผิวขาวกระจ่างใสภายในเวลา 7 วัน แนะนำให้เลือกใช้ไวท์เทนนิ่งสูตรเข้มข้นมาบำรุงผิวทุกวันค่ะ โดยทาให้มากๆ ทั้งเช้า – เย็น หากเลือกใช้สูตรเซรั่มด้วยแล้วจะยิ่งดีทีเดียว เพราะเซรั่มจะซึมซาบลงสู่ผิวชั้นลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวขาวใสรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง

4.ทาครีมกันแดดทุกวัน

ครีมกันแดดคือ สุดยอดไวท์เทนนิ่งที่ดีเยี่ยมที่สาวๆ ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะมันสามารถป้องกันรังสี UV ไม่ให้ทำลายผิวจนหมองคล้ำได้นั่นเอง ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะออกจากบ้านหรือไม่ ในตอนกลางวันหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว แนะนำให้ชโลมผิวจนทั่วเรืองร่างด้วยครีมกันแดดเลยค่ะ และควรเลือกค่า SPF 30 ขึ้นไป และหากต้องการออกแดดก็อย่าลืมกางร่ม หรือสวมเสื้อคลุมเพื่อป้องกันผิวจากแสงแดดอีกชั้นกันด้วยนะคะ

5.บำรุงผิวให้เปล่งปลั่งด้วยวิตามินซี

วิตามินซีมีส่วนช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้ผิว สามารถซ่อมแซมเซลล์ผิวชั้นในให้แข็งแรง ทำให้ผิวสวยใสและมีสุขภาพดีได้ แนะนำให้กินวิตามินซีวันละ 2,000 มิลลิกรัม รับรองจะช่วยปรับสภาพผิวให้ค่อยๆ ขาวกระจ่างใสภายในเวลา 1 สัปดาห์ได้ชัวร์ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวทนทานต่อแดดมากขึ้นอีกด้วย

6.กินอาหารที่มีประโยชน์

อยากมีผิวสวยจากภายในจะต้องเสริมด้วยอาหารอันอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดพร้อมกันด้วย และสารอาหารเหล่านี้ก็สามารถรับได้จากผักผลไม้นั่นเอง ดังนั้น อยากให้ผิวสวยกระจ่างใสจากภายใน เติมเต็มด้วยผักผลไม้ทุกวันสิคะ

7.ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ผิวพรรณที่เปล่งปลั่งกระจ่างใสจากภายใน ส่วนหนึ่งก็เพราะเซลล์ผิวได้รับน้ำไปหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ ผิวของเราจะต้องไม่ขาดน้ำ ไม่เช่นนั้น ผิวสาวจะต้องเหี่ยวแห้ง หมองคล้ำ ดำกร้านง่าย แต่หากคุณดื่มน้ำให้เพียงพอวันละประมาณ 8 – 10 แก้วก็จะช่วยบำรุงผิวให้สวยใสและปรับสภาพจากหมองคล้ำให้ขาวขึ้นได้เช่นกัน


10 สูตรหน้าใส เผยผิวขาวกระจ่างใส แบบสาวเกาหลี

10 สูตรหน้าใส เผยผิวขาวกระจ่างใส แบบสาวเกาหลี สาวๆทราบหรือไม่ว่าการพอกหน้าหรือมาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ในการบำรุงดูแลผิวหน้าที่ให้ผลอย่างชัดเจน หากว่าทำเป็นประจำสม่ำเสมอที่สำคัญวัตถุดิบที่นำมาพอกหน้าใสยังหาได้ง่ายภายในบ้าน ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ และไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าคอร์สเสริมความงามนอกบ้านอีกด้วย แถมยังมีความปลอดภัย 100% เพราะล้วนแล้วแต่มาจากธรรมชาติทั้งนั้น

1. สูตรหน้าใส ด้วยมะนาว มะขามเปียก และน้ำผึ้ง

การใช้สูตรพอกหน้าสูตร หน้าใส นี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไป จะทำให้ผิวใหม่เผยออกมาขาวกระจ่างใสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการนำมะขามเปียกในปริมาณ 1 กำมือที่ได้แยกเอาเส้นใยและเมล็ดออกแล้ว ผสมเข้ากับน้ำมะนาวคั้นสดๆอีก 1 ช้อนชา และเพิ่มน้ำผึ้งเข้าไป 1 ช้อนโต๊ะ คนส่วนผสมทั้งหมดเข้าให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที จึงค่อยล้างออกทำความสะอาด ถ้าจะให้เห็นผลดีควรทำสสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

2. สูตรพอกหน้าใสด่วน ด้วยมะเขือเทศ

ราชินีผลไม้อย่างมะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินซี และกรดผลไม้ธรรมชาติ ที่สามารถช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวใส แถมยังช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุออกมา ใบหน้าของสาวๆจะดูมีเลือดฝาดไม่ต่างจากผิวเด็ก โดยนำมะเขือเทศจำนวน 1 ลูกมาบดหรือจะปั่นให้ละเอียด หรือจะเลือกฝ่านให้เป็นชิ้นหนาๆแล้วมานวดให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

3. สูตรพอกหน้าใสด้วยดินสอพอง

ดินสอพองมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยดูดซับความมันรวมทั้งขจัดสารพิษต่างๆที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวหน้าไร้ความมันส่วนเกินพร้อมกับช่วยป้องกันแสงแดดได้ ด้วยการนำดินสอพองผสมเข้ากับน้ำเปล่าให้ออกเป็นลักษณะเนื้อครีมข้นๆแล้วนำมาพอกใบหน้าให้ทั่วเว้นตรงช่วงรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที หรือรอให้แห้งตึงก่อนแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด

4. สูตรหน้าใสแบบเร่งด่วนด้วยฟักทอง

อย่างที่ทราบกันดีว่าในฟักทองมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินเอในปริมาณที่สูงมากเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อนำมาพอกหน้าเท่ากับว่าช่วยเติมสารอาหารเข้าสู่ผิวส่งผลให้หน้าขาวกระจ่างใสขึ้นและผิวจะมีความเนียนนุ่มน่าสัมผัสไม่ต่างกับผิวเด็ก ขั้นตอนการทำก็นำเอาฟักทองไปต้มขูดเอาแต่เนื้อปริมาณ ½ ถ้วยผสมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย บดให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีล้างออกด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง

5. สูตรหน้าขาวแบบเร่งด่วนด้วยกล้วยหอม

กล้วยหอมผลไม้สีเหลืองสวยชวนน่ารับประทานที่อุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังสามารถนำมาบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นนุ่มนวลได้ดี ด้วยการนำเนื้อกล้วยหอมสุกกำลังดีมาบดให้ละเอียดแล้วพอกหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที ล้างทำความสะอาดอีกครั้ง

6. สูตรพอกหน้าขาวใสแบบเร่งด่วนด้วยนมสดและขมิ้น

ขมิ้นสีเหลืองเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้เสริมความงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อนำมารวมกับนมสดที่ช่วยประทินผิวให้ขาวเนียนใสผุดผ่องแลดูสะอาดเกลี้ยงเกลา โดยการใช้ขมิ้นประมาณ 1 ถ้วยตวงผสมเข้ากับนมสด ¾ ถ้วยตวง คนส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากอาบน้ำฟอกสบู่เรียบร้อยแล้ว ก็นำมาพอกผิวให้ทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาทีแล้วค่อยล้างออกให้หมด หากสามารถทำได้เป็นประจำทุกวันรับรองว่าผิวของคุณจะเนียนนุ่มตั้งแต่ผิวหน้าจรดปลายเท้าเลยล่ะ

7. สูตรพอกหน้าขาวใสเร่งด่วนด้วยโยเกิร์ต

สาวคงจะเคยได้ยินคำโฆษณาที่ว่าในโยเกิร์ตจะอุดมไปด้วยจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส วิตามินบี และกรด แลคติก ซึ่งประกอบไปด้วยคุณสมบัติในการช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนออกอย่างหมดจด และยังช่วยบำรุงให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส ไม่แห้งตึง

วิธีคือ ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติในปริมาณ 1 ถ้วยไปแช่ให้เย็นจัดๆแล้วนำมาพอกหน้าพร้อมกับนำปลายนิ้วนวดเบาๆให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15-20 นาทีจึงค่อยไปล้างออกด้วยนำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขนให้สะอาด แล้วตามด้วยน้ำเย็ดจัดอีกครั้งเพื่อปิดรูขุมขนอีกครั้ง

8. สูตรพอกหน้าขาวใสแบบเร่งด่วนด้วยแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนและอีลาสติกที่มีส่วนช่วยทำให้หน้าขาวใส ไร้ริ้วรอย พร้อมกับทำให้เซลล์ผิวหน้ามีความแข็งแรงมากขึ้น ด้วยการนำเอาแอปเปิ้ลมาปอกเปลือกออกให้หมดแล้วแงะเมล็ดออก จากนั้นก็นำเอาเนื้อแอปเปิ้ลไปปั่นให้ละเอียดหากอยากให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรผสมน้ำผึ้งลงไปอีกเล็กน้อย แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกให้สะอาด

9. สูตรหน้าขาวใสด้วยข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตถือว่าเป็นธัญพืชที่มีประโยชน์แถมยังช่วยควบคุมน้ำหนักให้กับสาวๆสายเฮลท์ตี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังทำให้ผิวพรรณออกประกายเปล่งปลั่งและลดเลือนริ้วรอยให้จางลงได้ แค่เพียงนำข้าวโอ๊ตในปริมาณ ½ ถ้วยตวง ผสมเข้ากับน้ำเปล่าเล็กน้อย คนไปเรื่อยๆจนกว่าข้าวโอ๊ตจะเข้ากันเมื่อนิ่มได้ที่แล้วให้พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด

10. สูตรพอกหน้าขาวด้วยน้ำตาลทรายแดง

อย่าเพิ่งตกใจกับสูตรนี้นะคะ!! เพราะในน้ำตาลทรายมีคุณสมบัติคล้ายกับเม็ดสครับธรรมชาติที่มีความคมน้อยไม่บาดผิว ซึ่งช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพได้ดีไม่ต่างอะไรกับการใช้เกลือสครับทั่วไป โดยให้นำน้ำตาลทรายแดงมาปั่นหรือจะบดให้ละเอียดก็ได้ เพิ่มความเนียนนุ่มด้วยการเติมนมสดลงไปผสมเล็กน้อย แล้วนำมานวดที่ใบหน้าเบาๆเป็นวงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วค่อยล้างออกให้สะอาด